Home Blog

9 กับดักการซื้ออาหารเสริมที่หลายคนยังไม่รู้

0

9 กับดักการซื้ออาหารเสริมที่หลายคนยังไม่รู้

ในยุคที่ชีวิตพนักงานออฟฟิศเร่งรีบ การดูแลสุขภาพด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ทำให้ผู้หญิงหลายคนหันมาใช้อาหารเสริมเพื่อช่วยเติมพลังและดูแลร่างกายให้พร้อมรับมือกับงานหนักในแต่ละวัน

แต่ท่ามกลางอาหารเสริมที่มีให้เลือกมากมาย ก็อาจมีกับดักบางอย่างที่หลายคนมองข้าม และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ บทความนี้จึงรวบรวม 9 ข้อควรระวังก่อนเลือกซื้ออาหารเสริม เพื่อช่วยให้สาว ๆ ดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่ามากที่สุด

ระวังคำโฆษณาที่เกินจริง

อาหารเสริมที่เคลมว่าเห็นผลเร็วเกินไปเช่น ขาวใน 3 วัน หรือผอมภายใน 1 สัปดาห์ ควรใช้วิจารณญาณให้มาก เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลและฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอาหารเสริมที่ปลอดภัยมักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1–3 เดือนจึงเริ่มเห็นผล หากเห็นผลเร็วผิดปกติ อาจมีส่วนผสมของสารอันตรายแฝงอยู่ได้

เช็กเลข อย. และมาตรฐานการผลิต

ก่อนซื้ออาหารเสริมทุกครั้ง ควรตรวจสอบ เลข อย. และเช็กความถูกต้องผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยตรงเพราะปัจจุบันมีการนำเลข อย. ปลอมมาใช้บ่อย นอกจากนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการผลิต เช่น GMP หรือ ISO เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตในโรงงานอาหารเสริมที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

ปริมาณสารสกัดมากเกินไปไม่ใช่เรื่องดี

หลายคนอาจคิดว่ายิ่งได้รับสารอาหารมากยิ่งดี แต่ความจริงแล้วร่างกายมีขีดจำกัดในการดูดซึม เช่น วิตามินซี หากรับเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน อาจทำให้ท้องเสียหรือเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตได้ ดังนั้นควรเลือกอาหารเสริมที่มีปริมาณสารอาหารเหมาะสมตาม ค่า Thai RDI เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์พอดี และไม่เพิ่มภาระให้ตับและไตมากเกินไป

ระวังการทานซ้ำซ้อนจนเกินความจำเป็น

การทานอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน เช่น วิตามินรวมควบคู่กับวิตามินชนิดเดี่ยว อาจทำให้ได้รับสารอาหารบางตัวซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะวิตามินที่สะสมในไขมันอย่าง วิตามินเอ ดี อี และเค หากได้รับมากเกินไปอาจสะสมจนเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือส่งผลต่อตับได้ ดังนั้นควรอ่านฉลากและตรวจสอบปริมาณสารอาหารให้รอบคอบก่อนรับประทานเสมอ

ระวังอาหารเสริมตีกับยาที่ทานประจำ

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือทานยาเป็นประจำ ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาหารเสริมบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยากับยาได้ เช่น แปะก๊วยหรือน้ำมันปลา หากทานร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด อาจทำให้เลือดหยุดไหลยาก นอกจากนี้สมุนไพรบางชนิดยังอาจลดประสิทธิภาพของ ยาคุมกำเนิด ได้ ดังนั้นก่อนเริ่มทานอาหารเสริมตัวใหม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

อย่ามองข้ามผลข้างเคียงและอาการแพ้

แม้อาหารเสริมจะมาจากสารสกัดธรรมชาติ แต่ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน บางคนอาจเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน คลื่นไส้ หรือ นอนไม่หลับได้ หากเริ่มทานแล้วมีอาการผิดปกติ ควรหยุดทานทันทีและสังเกตอาการ อย่าฝืนใช้ต่อเพียงเพราะเสียดายเงิน เพราะสุขภาพของเราสำคัญกว่าราคาอาหารเสริมเสมอ

ระวังส่วนผสมแฝงอย่างน้ำตาลและแป้ง

อาหารเสริมบางชนิด โดยเฉพาะแบบเยลลี่หรือแบบชงดื่ม มักมี น้ำตาลและสารปรุงแต่งรส ในปริมาณค่อนข้างสูง หากทานต่อเนื่องอาจทำให้ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น แทนที่จะช่วยเรื่องสุขภาพ อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ ดังนั้นควรเลือกสูตร Sugar-Free หรือสูตรที่ใช้น้ำตาลทดแทนที่ปลอดภัยจะดีกว่า

ราคาถูกผิดปกติอาจหมายถึงคุณภาพต่ำ

แม้ใคร ๆ ก็ชอบของคุ้มค่า แต่ในโลกของอาหารเสริม ราคาที่ถูกเกินไปอาจสะท้อนถึงคุณภาพที่ลดลงได้ เพราะวัตถุดิบที่ดีมักมีต้นทุนสูง หากสินค้าราคาถูกจนน่าสงสัย อาจใช้สารสกัดในปริมาณน้อย หรือใช้วัตถุดิบเกรดต่ำที่มีสิ่งปนเปื้อน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

อาหารเสริมไม่ใช่อาหารหลัก

อย่าลืมว่าอาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วย ไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้ คุณผู้หญิงยังจำเป็นต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากยังใช้ชีวิตแบบพักผ่อนน้อยหรือทานอาหารไม่สมดุล ต่อให้อาหารเสริมมีราคาสูงแค่ไหน ก็ไม่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่ เพราะอาหารเสริมไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแทนการดูแลสุขภาพพื้นฐานได้

แหล่งที่มา : www.sanook.com

5 ของต้องห้ามวางหน้าบ้านช่วงหน้าร้อน อาจก่ออันตรายได้

0

5 ของต้องห้ามวางหน้าบ้านช่วงหน้าร้อน อาจก่ออันตรายได้

ช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด หลายบ้านมักนำของใช้ไปวางไว้หน้าบ้านหรือบริเวณกลางแจ้งเพื่อความสะดวก แต่รู้หรือไม่ว่า ของบางอย่างเมื่อโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานาน อาจกลายเป็นสาเหตุของอันตรายหรือแม้แต่ไฟไหม้ได้โดยไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะ 5 สิ่งใกล้ตัวต่อไปนี้ ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า หากวางไว้หน้าบ้านในช่วงอากาศร้อนจัด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายได้มากกว่าที่คิด

เก้าอี้สแตนเลส

เก้าอี้สแตนเลสหรือเฟอร์นิเจอร์โลหะที่มีผิวมันวาว เมื่อถูกแสงแดดจัดเป็นเวลานาน อาจสะท้อนแสงไปยังวัตถุอื่นได้ คล้ายกับการสะท้อนของกระจก หากแสงนั้นไปตกกระทบวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น ผ้า พลาสติก หรือกระดาษ ก็อาจเกิดการสะสมความร้อนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้

ขวดน้ำหรือขวดพลาสติกใส

ขวดน้ำใสที่มีน้ำอยู่ภายในสามารถทำหน้าที่คล้าย เลนส์รวมแสง ได้ เมื่อแสงแดดส่องผ่าน ขวดอาจรวมแสงให้เกิดจุดโฟกัสที่มีความร้อนสูง หากความร้อนนั้นไปตกกระทบวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น กระดาษ กล่องกระดาษ หรือผ้า ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนและแดดจัด จึงไม่ควรวางขวดน้ำหรือขวดพลาสติกใสไว้กลางแดดเป็นเวลานาน

เครื่องซักผ้า

หลายบ้านนิยมวางเครื่องซักผ้าไว้บริเวณหน้าบ้านหรือพื้นที่กลางแจ้งเพื่อความสะดวก แต่การปล่อยให้เครื่องซักผ้าโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานาน อาจทำให้ ชิ้นส่วนพลาสติกและสายไฟเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเกิดการเสื่อมหรือฉนวนไฟฟ้ามีปัญหา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดไฟไหม้ภายในบ้านได้ ดังนั้นควรวางเครื่องซักผ้าในพื้นที่ที่มีหลังคาหรือมีที่บังแดด เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

กระจกหรือของที่สะท้อนแสง

ของใช้ที่มีพื้นผิวสะท้อนแสง เช่น กระจกบานเล็ก เศษกระจก หรือของตกแต่งที่เป็นโลหะเงา หากวางไว้ในจุดที่โดนแดดจัด อาจสะท้อนหรือรวมแสงไปยังจุดหนึ่งได้ หากแสงสะท้อนนั้นไปตกกระทบวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น ใบไม้แห้ง ผ้า หรือกล่องกระดาษ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่สะท้อนแสงไว้กลางแดดเป็นเวลานาน

สเปรย์หรือกระป๋องแรงดัน

สเปรย์ต่าง ๆ เช่น สเปรย์กันยุง สเปรย์ทำความสะอาด หรือกระป๋องแรงดัน หากถูกวางไว้ในบริเวณที่โดนแดดจัด อุณหภูมิภายในกระป๋องจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่สะสมอาจทำให้กระป๋องเกิดแรงดันสูงจนบวม แตก หรือระเบิดได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้หรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน

แหล่งที่มา : www.sanook.com

สายมูต้องรู้ วิธีเตรียมตัวก่อนดูดวงส่วนตัว

0

สายมูต้องรู้ วิธีเตรียมตัวก่อนดูดวงส่วนตัว

การดูดวงไม่ได้เป็นเรื่องของสายมูเท่านั้น หลายคนเลือกดูดวงเพื่อเช็กทิศทางชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่รู้สึกสับสนหรือกำลังเผชิญปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเงิน สุขภาพ หรือความรัก เพราะบางครั้งคำแนะนำจากหมอดูอาจช่วยให้มองเห็นทางเลือกและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปดูดวงส่วนตัว บทความนี้ได้รวบรวม ข้อควรรู้ก่อนเข้าพบหมอดู เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม รู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร และช่วยให้การดูดวงครั้งนั้นได้คำแนะนำที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์กับชีวิตมากที่สุด

เลือกหมอดูและศาสตร์พยากรณ์

ศาสตร์ดูดวงมีหลายรูปแบบ เช่น ไพ่ทาโรต์ ดูลายมือ โหงวเฮ้ง หรือโหราศาสตร์ ควรเลือกศาสตร์ที่ตรงกับความสนใจและสบายใจที่สุด พร้อมทั้งเลือกหมอดูที่น่าเชื่อถือ อาจสอบถามจากเพื่อนหรือคนรู้จักที่เคยใช้บริการมาก่อน เพื่อเช็กความน่าเชื่อถือเบื้องต้น

เตรียมวัน เดือน ปีเกิด และเวลาเกิด

การดูดวงบางศาสตร์จำเป็นต้องใช้วัน เดือน ปีเกิด หรือเวลาเกิดในการพยากรณ์ จึงควรเตรียมข้อมูลให้ถูกต้องล่วงหน้า หากไม่ทราบเวลาเกิด อาจเลือกดูดวงด้วยศาสตร์อื่น เช่น ไพ่ทาโรต์ ลายมือ หรือโหงวเฮ้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเวลาเกิด

เตรียมคำถามให้ชัดเจน

ก่อนดูดวงควรเตรียมคำถามที่อยากรู้ให้ชัดเจน เช่น เรื่องงาน การเงิน หรือความรัก พร้อมลิสต์ประเด็นสำคัญไว้ล่วงหน้า เพื่อให้หมอดูสามารถให้คำแนะนำได้ตรงจุดและเป็นประโยชน์มากขึ้น

ให้ข้อมูลกับหมอดูอย่างตรงไปตรงมา

หากหมอดูมีคำถาม ควรตอบให้ชัดเจนและตรงประเด็น เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หมอดูเชื่อมโยงคำทำนายกับสถานการณ์ชีวิตของเราได้แม่นขึ้น การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดูดวงได้คำแนะนำที่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น

จดบันทึกคำทำนายไว้

ระหว่างดูดวงอาจมีรายละเอียดหลายอย่างที่จำไม่หมด หากกังวลว่าจะลืม สามารถขออนุญาตหมอดูอัดเสียงไว้ได้ หรือจดบันทึกเฉพาะประเด็นสำคัญ เพื่อช่วยทบทวนคำทำนายในภายหลัง โดยควรจดสั้น ๆ และหลีกเลี่ยงการขัดจังหวะระหว่างที่หมอดูกำลังพยากรณ์

เปิดใจรับฟัง แต่ใช้วิจารณญาณเสมอ

ก่อนดูดวงควรเข้าใจก่อนว่า คำทำนายเป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่คำตัดสินชีวิตทั้งหมด เพราะสุดท้ายผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราเองด้วย เปิดใจรับฟังได้เต็มที่ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่างแบบ 100% ใช้คำทำนายเป็นข้อมูลประกอบ แล้วค่อยนำมาคิดต่ออย่างมีสติ จะช่วยให้การดูดวงเป็นประโยชน์กับชีวิตมากกว่า

แหล่งที่มา : sistacafe.com

เที่ยวต่างประเทศได้ แม้งบจำกัด 6 ทริคเก็บเงินแบบนักศึกษา

0

เที่ยวต่างประเทศได้ แม้งบจำกัด 6 ทริคเก็บเงินแบบนักศึกษา

การได้ไปเปิดโลกต่างประเทศคือความฝันของสาววัยเรียนหลายคน แต่พอเช็กยอดเงินในบัญชีทีไรก็แทบถอดใจ จะให้อดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเพราะสุขภาพสำคัญกว่า ข่าวดีคือคุณไม่ต้องทรมานตัวเองก็ไปเที่ยวได้ วันนี้เรารวม 6 เทคนิคเก็บเงินฉบับนักศึกษา ที่ช่วยให้คุณบริหารเงินแบบฉลาด ๆ เก็บได้จริง บินไปถ่ายรูปสวย ๆ ต่างประเทศได้ โดยที่ยังกินอิ่ม นอนพอ และใช้ชีวิตมหา’ลัยแบบแฮปปี้เหมือนเดิม

ตั้งเป้าหมายให้ชัด แล้วแยกกระเป๋าเงินทันที

ก้าวแรกสู่ทริปในฝันคือรู้ก่อนว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ เลือกประเทศที่อยากไป แล้วประเมินค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และงบกินเที่ยว จากนั้นใช้ฟีเจอร์กระเป๋าเงินดิจิทัลในแอปธนาคาร แยกบัญชีหรือสร้างกระเป๋าชื่อทริปในฝัน แล้วโอนเงินเข้าไปทันทีที่ได้เงินค่าขนมหรือรายได้พิเศษ วิธีนี้ช่วยกันพลาด ไม่เผลอเอาเงินเที่ยวไปใช้จ่ายจุกจิกอย่างหมูกระทะหรือช้อปปิ้งกับเพื่อนจนงบหาย

ออมเงินทิพย์ ลดฟุ่มเฟือยแบบไม่ต้องอด

ไม่ต้องตัดมื้อหลักให้ทรมาน แค่ลดรายจ่ายเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็น เช่น จากที่เคยซื้อกาแฟแบรนด์ดังทุกวัน ลองชงเองหรือซื้อแบบประหยัด แล้วโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีทริปในฝันทันที วิธีนี้เรียกว่าออมเงินทิพย์ เพราะคุณเหมือนเก็บเงินโดยไม่รู้สึกฝืนตัวเอง พอรวมค่ากาแฟ ชานม หรือขนมจุกจิกหลายเดือนเข้าไป จะพบว่าเงินก้อนเล็ก ๆ เหล่านี้รวมกันจนกลายเป็นค่าตั๋วเครื่องบินได้จริง

ใช้แอปจดรายจ่าย เห็นเงินชัด คุมงบได้จริง

ยุคนี้จ่ายเงินด้วยการสแกนไม่กี่วินาที เงินเลยปลิวง่ายแบบไม่รู้ตัว การมีแอปจดบันทึกรายจ่ายจะช่วยให้เห็นภาพรวมว่าแต่ละเดือนเงินหมดไปกับอะไรบ้าง พอเห็นตัวเลขชัด ๆ เราจะมีสติก่อนกดจ่ายมากขึ้น ถ้าสัปดาห์ไหนใช้เกินงบ ก็แค่ปรับลดในสัปดาห์ถัดไป การบาลานซ์แบบนี้ทำให้ยังใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ก็มีเงินเหลือเก็บเข้ากองทุนเที่ยวสม่ำเสมอแบบไม่เครียด

ใช้สิทธิ์นักศึกษาให้คุ้ม ทุกบาทคือทุนเที่ยว

สถานะนักศึกษาคือแต้มต่อชั้นดี อย่าปล่อยให้เสียเปล่า ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าโดยสาร โปรแกรมซอฟต์แวร์ราคาพิเศษ หรือส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ เงินที่ประหยัดได้ตรงนี้สามารถเก็บเข้ากองทุนเที่ยวได้ทันที นอกจากนี้เวลาจองที่พักหรือตั๋วเครื่องบิน ลองเลือกเว็บที่มีระบบ Cashback หรือใช้คะแนนสะสมจากบัตรเดบิตนักศึกษา ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกหลายพันบาทในระยะยาว แบบเที่ยวได้โดยจ่ายน้อยลงจริง

หารายได้เสริมให้เข้ากับไลฟ์สไตล์

ถ้าเก็บจากเงินค่าขนมอย่างเดียวอาจใช้เวลานาน ลองมองหางานเสริมที่ทำควบคู่กับการเรียนได้ เช่น งานฟรีแลนซ์ เขียนบทความ รีวิวสินค้า ขายของออนไลน์ หรือปล่อยเสื้อผ้ามือสองในแอปต่าง ๆ หลายงานทำได้จากหอพัก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง การมีรายได้ทางที่สองจะช่วยเร่งสปีดกองทุนเที่ยวให้โตเร็วขึ้น โดยไม่ต้องไปตัดงบค่าอาหารหรือใช้ชีวิตลำบากเกินไป เป้าหมายทริปต่างประเทศก็จะใกล้ความจริงมากขึ้นทุกเดือน

เลือกเที่ยวช่วง Low Season และจองล่วงหน้า

ทริคสำคัญของสายประหยัดคือวางแผนให้เร็วกว่าใคร ถ้ารู้ว่าจะเที่ยวช่วงปิดเทอม ลองเลือกประเทศที่ตรงกับช่วง Low Season เพราะราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักมักถูกลงอย่างชัดเจน การจองล่วงหน้าหลายเดือนช่วยล็อกราคาดี ๆ ได้ก่อนใคร แถมการเที่ยวช่วงคนน้อยยังประหยัดงบมากขึ้น และได้รูปสวย ๆ แบบไม่ต้องหลบคนในเฟรมอีกด้วย ทั้งคุ้ม ทั้งสบาย และฉลาดสุด ๆ

แหล่งที่มา : www.sanook.com

สร้างหุ่นสวยแบบไม่ฝืนใจ ด้วย 8 นิสัยทำได้ทุกวัน

0

สร้างหุ่นสวยแบบไม่ฝืนใจ ด้วย 8 นิสัยทำได้ทุกวัน

หลายคนคิดว่าถ้าอยากมีหุ่นในฝัน ต้องโหมออกกำลังกายหนัก ๆ หรือคุมอาหารแบบสุดโต่งเท่านั้น แต่ความจริงคือนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน ต่างหากที่เปลี่ยนรูปร่างได้จริงในระยะยาว วันนี้เราเลยรวบรวม 8 พฤติกรรมง่าย ๆ ที่ทำต่อเนื่องแล้วเห็นผลภายใน 90 วัน ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องหักดิบ และยังเข้ากับไลฟ์สไตล์สาวยุคใหม่ที่ทั้งงานยุ่งและเวลาน้อย แต่ยังอยากดูดีแบบยั่งยืน

ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน 1 แก้วใหญ่

เริ่มวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 1 แก้วใหญ่ทันทีหลังตื่นนอน เป็นนิสัยง่าย ๆ ที่ได้ผลเกินคาด เพราะช่วยปลุกระบบเผาผลาญให้เริ่มทำงาน กระตุ้นลำไส้ให้ขับถ่ายของเสียได้ดีขึ้น ลดอาการบวมน้ำ ทำให้หน้าท้องดูแบนขึ้นตั้งแต่เช้า แถมยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูสดใสขึ้นอีกด้วย

เคี้ยวอาหารให้ช้าลงและนานขึ้น

สมองของเราต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงจะรับรู้ว่าอิ่ม ดังนั้นการกินเร็วเกินไปจึงทำให้เผลอกินเกินโดยไม่รู้ตัว ลองปรับพฤติกรรมด้วยการเคี้ยวให้ช้าลงและละเอียดขึ้น นอกจากจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสการกินเกินความจำเป็น (overeating) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย

เพิ่มโปรตีนในมื้อเช้า

ลองเปลี่ยนมื้อเช้าจากขนมปังหรือปาท่องโก๋ มาเป็นไข่ต้มหรือกรีกโยเกิร์ตแทน การเริ่มต้นวันด้วยโปรตีนคุณภาพดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ลดอาการหิวจุกจิกระหว่างวัน และช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเผาผลาญไขมัน ทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้ดีขึ้นตลอดวัน

กฎเดิน 10 นาทีหลังมื้ออาหาร

แทนที่จะนั่งหรือนอนทันทีหลังกินเสร็จ ลองลุกขึ้นเดินช้า ๆ ประมาณ 10 นาที การขยับตัวเบา ๆ แบบนี้ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการพุ่งของอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เป็นทริคง่าย ๆ ที่สาวออฟฟิศทำได้จริง แค่เดินรอบออฟฟิศหรือขึ้นลงบันไดเบา ๆ ก็ช่วยได้แล้ว

ลดน้ำหวานเหลือเพียงวันละ 1 แก้ว

ถ้ายังตัดของหวานไม่ได้ทันที ลองเริ่มจากลดขนาดแก้ว ลดระดับความหวาน หรือสั่งหวานน้อยลงเรื่อย ๆ แทน น้ำตาลส่วนเกินคือหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมัน โดยเฉพาะช่วงเอวและหน้าท้อง เมื่อคุณค่อย ๆ ลดน้ำตาลลงได้ ระดับอินซูลินจะนิ่งขึ้น และร่างกายจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนค่อย ๆ กระชับและลีนขึ้นแบบไม่ต้องฝืนตัวเองมากเกินไป

จัดระเบียบการนอนให้คงที่

การนอนให้เร็วและหลับลึกไม่ใช่แค่เรื่องพักผ่อน แต่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนควบคุมความหิวโดยตรง เมื่อเรานอนพอ ร่างกายจะรักษาสมดุลของ เลปติน (ฮอร์โมนอิ่ม) และ เกรลิน (ฮอร์โมนหิว) ได้ดีขึ้น แต่ถ้านอนน้อย ระดับเกรลินจะพุ่ง ทำให้หิวบ่อย อยากของหวาน และควบคุมตัวเองยากขึ้น ดังนั้นการนอนคุณภาพดีวันละ 7–8 ชั่วโมง จึงถือเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ง่ายและได้ผลที่สุดแบบไม่ต้องฝืนเลย

ขยับร่างกายแบบ Non-Exercise

ลองเพิ่มการขยับตัวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เช่น สลับมายืนทำงานบ้าง เดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ หรือทำงานบ้านเองแทนการนั่งเฉย ๆ กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้เมื่อรวมกันตลอดทั้งวัน สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการออกกำลังกายหนัก ๆ แค่ชั่วโมงเดียวด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือทำได้ทุกวันแบบไม่ต้องฝืนตัวเอง

จดบันทึกสิ่งที่กิน

การจดบันทึกอาหารไม่ใช่เพื่อกดดันตัวเองเรื่องแคลอรี แต่เพื่อสร้าง “สติ” ให้รู้ว่าวันนี้เรากินอะไรไปบ้าง เมื่อเห็นภาพรวมชัดเจน เราจะตัดสินใจได้ดีขึ้นในมื้อถัดไป ลดของที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายลงแบบอัตโนมัติ และค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนตัวเอง

เปิดลิสต์ 7 สิ่งต้องทำวันตรุษจีน เสริมดวงการเงินให้ปังทั้งปี

0

เปิดลิสต์ 7 สิ่งต้องทำวันตรุษจีน เสริมดวงการเงินให้ปังทั้งปี

วันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน และเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่มีความหมายมาก คนจีนเชื่อกันว่า ถ้าเริ่มปีด้วยสิ่งดี ๆ พลังดี ๆ จะส่งผลให้ทั้งปีเต็มไปด้วยโชคลาภ ความเฮง และความเป็นสิริมงคล เพราะฉะนั้นใครอยากเปิดปีแบบปัง ๆ ห้ามพลาด! วันนี้เราเลยรวบรวม 7 สิ่งที่ควรทำในวันตรุษจีน เพื่อเสริมดวง รับทรัพย์ และเรียกความโชคดีให้เข้ามาตลอดปีแบบจัดเต็ม

ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดปีให้เฮงตั้งแต่เช้า

เริ่มต้นวันตรุษจีนด้วยการไหว้เทพเจ้า เจ้าที่ และบรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูและขอพรให้ชีวิตราบรื่นตลอดปี โดยนิยมขอพรเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และความสงบสุขในครอบครัว ความเชื่อโบราณบอกว่าหากไหว้ในช่วงเช้ามืดหรือช่วงเช้า จะช่วยเปิดรับโชคลาภและพลังดี ๆ ตั้งแต่ต้นปี เหมือนเป็นการตั้งต้นพลังบวกให้ชีวิตเฮงยาว ๆ ไปตลอดทั้งปี

ทำความสะอาดบ้าน เคลียร์พลังเก่า ต้อนรับโชคใหม่

ก่อนถึงวันตรุษจีน ควรจัดบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเปิดทางรับพลังใหม่ ๆ เข้ามา เปรียบเหมือนการรีเซ็ตชีวิตให้พร้อมเริ่มต้นปีแบบสดใส แต่เมื่อถึงวันตรุษจีนแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการกวาดบ้านหรือทิ้งขยะ เพราะมีความเชื่อว่าอาจเป็นการกวาดโชค และทรัพย์สินออกจากบ้าน ควรเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนวันจริง จะได้รับความเฮงแบบเต็ม ๆ

ใส่เสื้อผ้าสีมงคล เติมพลังเฮงตั้งแต่ต้นปี

วันตรุษจีนถือเป็นวันเริ่มต้นใหม่ การเลือกใส่เสื้อผ้าสีมงคลจึงช่วยเสริมพลังบวกและความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตได้ เช่น สีแดง แทนความเฮงและความสำเร็จ สีทอง สื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย และสีชมพู ช่วยเสริมเสน่ห์และความรัก ควรหลีกเลี่ยงสีดำและสีขาว เพราะในความเชื่อจีนเป็นสีที่เกี่ยวข้องกับความโศกเศร้าและการไว้ทุกข์ เลือกสีดี ๆ ตั้งแต่เช้า ก็เหมือนตั้งใจเปิดปีด้วยพลังที่ดีทั้งปี

พูดดี คิดดี รับปีใหม่แบบเฮงๆ

ในวันตรุษจีน คำพูดถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีความเชื่อว่าสิ่งที่เราพูดในวันนี้จะส่งผลไปตลอดทั้งปี ดังนั้นควรเลือกพูดแต่คำมงคล คำอวยพร และเรื่องราวดี ๆ หลีกเลี่ยงคำหยาบ การทะเลาะ หรือการพูดถึงเรื่องโชคร้าย เพื่อให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยพลังบวก และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความราบรื่นและเป็นสิริมงคล

มอบอั่งเปา ส่งต่อความเฮงทั้งผู้ให้และผู้รับ

การให้อั่งเปาในวันตรุษจีนไม่ได้เป็นแค่ธรรมเนียม แต่ยังสื่อถึงการส่งต่อโชคลาภ ความมั่งคั่ง และพลังมงคลให้กัน ผู้ให้เชื่อว่าจะได้บุญและเสริมดวงการเงิน ส่วนผู้รับก็รับพลังบวกไปเต็ม ๆ ตลอดปี แนะนำให้ใส่ธนบัตรใหม่ และเลือกจำนวนเงินที่มีความหมายดี เช่น เลข 8 สื่อถึงความร่ำรวย และเลข 9 แทนความก้าวหน้า เพื่อเสริมสิริมงคลให้มากยิ่งขึ้น

กินอาหารมงคล เติมความเฮงตั้งแต่ต้นปี

วันตรุษจีนอย่าลืมเลือกทานอาหารที่มีความหมายดี ๆ เพื่อเสริมโชคและความมั่งคั่งตลอดปี เช่น ปลา สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์เหลือกินเหลือใช้ ส้ม แทนโชคลาภและความเฮง เกี๊ยว เปรียบเหมือนเงินทองไหลมาเทมา และบะหมี่ ที่สื่อถึงอายุยืน สุขภาพแข็งแรง เริ่มต้นปีด้วยเมนูมงคล ก็เหมือนเปิดทางให้สิ่งดี ๆ เข้ามาทั้งปี

เริ่มต้นสิ่งดี ๆ เปิดประตูสู่ความสำเร็จทั้งปี

วันตรุษจีนถือเป็นจังหวะทองของการเริ่มต้นใหม่ ลองใช้โอกาสนี้ตั้งเป้าหมายชีวิต วางแผนการเงิน เริ่มโปรเจกต์ที่ตั้งใจไว้ หรือทำบุญบริจาคเพื่อเสริมพลังบวก เชื่อกันว่าการเริ่มต้นปีด้วยความตั้งใจดีและการกระทำที่เป็นมงคล จะช่วยเปิดทางให้ความสำเร็จไหลลื่น และทำให้สิ่งที่หวังไว้เดินหน้าได้ง่ายขึ้นตลอดทั้งปี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

โรงงานอาหารเสริมแบบไหน ที่เหมาะกับการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน

0
โรงงานอาหารเสริม

โรงงานอาหารเสริมแบบไหน ที่เหมาะกับการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน

การเลือกโรงงานอาหารเสริมเปรียบเสมือนการเลือกพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ หากเลือกโรงงานที่มีมาตรฐานและประสบการณ์ ก็จะช่วยให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคง แต่หากเลือกผิดอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว

โรงงานอาหารเสริม

มาตรฐานโรงงานอาหารเสริมที่ควรมี

โรงงานอาหารเสริมที่ดีควรได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น

  • GMP (Good Manufacturing Practice)
  • HACCP
  • ISO
  • ระบบการผลิตที่ผ่านการรับรองจาก อย.

มาตรฐานเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าโรงงานมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และควบคุมคุณภาพได้ในทุกขั้นตอน

ความสำคัญของทีม R&D และการควบคุมคุณภาพ

โรงงานอาหารเสริมที่มีทีมวิจัยและพัฒนา จะสามารถช่วยคิดค้นสูตรที่แตกต่าง ปรับสูตรให้ตรงกับเทรนด์ตลาด และเลือกใช้สารสกัดที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งช่วยเพิ่มจุดขายให้กับแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ระบบควบคุมคุณภาพ (QC) ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกล็อตมีคุณภาพเหมือนกัน ลดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือเกิดข้อร้องเรียนจากลูกค้า

โรงงานอาหารเสริมที่ดี คือพาร์ตเนอร์ระยะยาว

โรงงานอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ผลิตสินค้า แต่ควรเป็นที่ปรึกษาช่วยให้คำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการผลิตไปจนถึงการขยายตลาดในอนาคต เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืน

7 ผลไม้วิตามินซีสูงกว่าส้ม ภูมิคุ้มกันมาเต็ม

0

7 ผลไม้วิตามินซีสูงกว่าส้ม ภูมิคุ้มกันมาเต็ม

พูดถึงผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง หลายคนคงนึกถึงส้มเป็นอย่างแรก ซึ่งก็ไม่ผิดเลยเพราะข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่าส้ม 100 กรัม ให้วิตามินซีประมาณ 50–60 มิลลิกรัม แต่รู้ไหมว่ายังมีผลไม้อีกหลายชนิดที่อัดแน่นด้วยวิตามินซีมากกว่าส้มเสียอีก ใครที่อยากเพิ่มภูมิคุ้มกันหรือเปลี่ยนรสชาติจากเมนูเดิม ๆ มาลองส่องลิสต์ผลไม้ขุมพลังวิตามินซีเหล่านี้กันดู รับรองว่าดีต่อสุขภาพและไม่จำเจแน่นอน

ฝรั่ง

ฝรั่งถือเป็นผลไม้ตัวท็อปด้านวิตามินซีเลยก็ว่าได้ โดยข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่าฝรั่ง 100 กรัมให้วิตามินซีสูงถึงประมาณ 160 มิลลิกรัม มากกว่าส้มถึง 3 – 4 เท่า ซึ่งวิตามินซีส่วนใหญ่อยู่ที่เปลือก นอกจากนี้ฝรั่งยังอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงผิวและสายตา รวมถึงฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ

มะละกอ

มะละกอสุกเป็นผลไม้ใกล้ตัวที่อัดแน่นด้วยประโยชน์ โดยเนื้อที่กินได้ 100 กรัม ให้วิตามินซีประมาณ 60 – 70 มิลลิกรัม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูแข็งแรงสดใส จุดเด่นของมะละกอคือเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ พร้อมไฟเบอร์สูงที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น

ลิ้นจี่

ลิ้นจี่เป็นผลไม้อีกชนิดที่อุดมด้วยวิตามินซีสูงไม่แพ้ส้ม แถมยังมีสารประกอบฟีนอลิกและโพลีฟีนอลในปริมาณมาก ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงตับ และส่งเสริมสุขภาพหัวใจได้ดี อย่างไรก็ตาม ลิ้นจี่มีน้ำตาลค่อนข้างสูงกว่าผลไม้บางชนิด จึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ

กีวี

กีวีเนื้อสีเขียวรสหวานอมเปรี้ยว 1 ผล ให้วิตามินซีสูงประมาณ 70–90 มิลลิกรัม มากกว่าส้มทั่วไป จึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของอาการหวัดได้ดี นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบ และมีไฟเบอร์สูงช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย เป็นผลไม้ไซซ์เล็กแต่คุณประโยชน์แน่น

มะขามป้อม

อย่าให้ขนาดลูกเล็กหลอกตา เพราะมะขามป้อมคือแชมป์วิตามินซีตัวจริง โดยให้วิตามินซีสูงถึงประมาณ 276 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม จุดเด่นคือมีสารธรรมชาติที่ช่วยชะลอการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้ยังคงคุณค่าได้ดีแม้ผ่านความร้อน จึงไม่น่าแปลกใจที่มะขามป้อมถูกใช้ในตำรับสมุนไพรไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แก้ไข้ ขับเสมหะ และบรรเทาอาการหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สตรอว์เบอร์รี

สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวที่ให้วิตามินซีสูงกว่าส้มเล็กน้อย แค่ทานสดประมาณ 1 ถ้วย ก็เพียงพอต่อความต้องการวิตามินซีในหนึ่งวันแล้ว นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอนโทไซยานินและกรดเอลลาจิก ที่ช่วยลดการอักเสบและอาจลดความเสี่ยงของมะเร็ง อีกทั้งยังมีงานวิจัยพบว่าสตรอว์เบอร์รีช่วยลดไขมันในเลือด จึงดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด เหมาะทั้งสายสุขภาพและสายของหวานแบบไม่รู้สึกผิดเลย

แบล็กเคอร์แรนท์

แบล็กเคอร์แรนท์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีสีม่วงเข้มเกือบดำเป็นอีกหนึ่งตัวท็อปด้านสารอาหาร โดยแบล็กเคอร์แรนท์สด 100 กรัม ให้วิตามินซีสูงถึงประมาณ 181 มิลลิกรัม ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่ช่วยดูแลหัวใจ ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ พร้อมสารแอนโทไซยานินที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และบำรุงสุขภาพโดยรวม

แหล่งทีมา : health.kapook.com

7 วิธีดูแลดวงตาง่าย ๆ ป้องกันตาแห้ง ต้อกระจก

0

7 วิธีดูแลดวงตาง่าย ๆ ป้องกันตาแห้ง ต้อกระจก

ดวงตาไม่ใช่แค่หน้าต่างของหัวใจ แต่ยังเป็นอาวุธสำคัญในการทำงานและใช้ชีวิตของคุณผู้หญิงยุคนี้ ทว่าในวันที่เราต้องสลับจ้องคอม มือถือ และแท็บเล็ตแทบทั้งวัน ปัญหาตาแห้งและต้อกระจกที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงวัยกลับเริ่มมาเยือนเร็วกว่าที่คิด วันนี้เรารวม 7 เทคนิคดูแลดวงตาง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกันตาแห้งและลดความเสี่ยงต้อกระจกก่อนวัย ให้ดวงตายังใสปิ๊ง แข็งแรง พร้อมลุยทุกวันได้ยาว ๆ

กฎ 20-20-20 ด่านแรกของการถนอมสายตา

สำหรับสาวออฟฟิศที่ต้องจ้องจอทั้งวัน วิธีดูแลง่ายที่สุดคือการพักสายตาแบบ 20-20-20 ทุกทำงานครบ 20 นาที ให้ละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองไปไกลประมาณ 20 ฟุต นาน 20 วินาที วิธีนี้ช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อตา กระตุ้นการกระพริบตา และลดอาการตาแห้งหรือระคายเคืองได้ดีมาก ทำบ่อย ๆ ระหว่างวัน ดวงตาจะสบายขึ้นแบบรู้สึกได้เลย

แว่นกันแดด ไอเทมชะลอวัยให้ดวงตา

อย่าเพิ่งคิดว่าต้อกระจกเป็นเรื่องของคนอายุเยอะเท่านั้นนะ เพราะความจริงแล้ว รังสียูวีคือผู้ร้ายตัวจริงที่เร่งให้เลนส์ตาเสื่อมเร็วขึ้น สาว ๆ ควรใส่แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV400 ทุกครั้งที่ออกแดด ไม่ว่าจะเดินเล่น เข้าคาเฟ่หรือขับรถ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมดวงตาแล้ว ยังลดความเสี่ยงต้อกระจกก่อนวัย และช่วยให้ดวงตาดูสดใสแข็งแรงไปได้นานขึ้นอีกด้วย

เติมความชุ่มชื้นให้ดวงตาจากข้างใน ด้วยอาหารที่ใช่

การดูแลดวงตาไม่ได้จบแค่ภายนอก การกินก็สำคัญไม่แพ้กัน คุณสาว ๆ ควรเพิ่มอาหารที่มีโอเมก้า 3 อย่างปลาทะเล ถั่ว หรือเมล็ดพืชต่าง ๆ เพราะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำตาได้ดีขึ้น ลดอาการตาแห้งได้จริง พร้อมเสริมด้วยผักผลไม้ที่มีลูทีนและซีแซนทีนเช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ที่ช่วยบำรุงเลนส์ตาให้ใส แข็งแรง และลดความเสี่ยงต้อกระจกในระยะยาว

จัดทิศทางลมแอร์ให้ถูก ตาไม่แห้งโดยไม่รู้ตัว

หลายครั้งที่อาการตาแห้งไม่ได้เกิดจากหน้าจอ แต่เป็นเพราะลมแอร์ที่เป่าปะทะดวงตาโดยตรง ไม่ว่าจะนั่งทำงานในออฟฟิศหรือขับรถ คุณผู้หญิงควรปรับช่องแอร์ให้หลบหน้าและดวงตา เพราะลมเย็นจะทำให้น้ำตาที่เคลือบผิวตาระเหยเร็วขึ้น จนเกิดอาการแสบตา ระคายเคือง หรือตาอักเสบได้ง่าย การเปลี่ยนมุมแอร์เล็กน้อย ช่วยถนอมดวงตาได้มากกว่าที่คิดเลย

ดื่มน้ำให้พอ นอนให้พอ ดวงตาจะฟื้นตัวเองได้

น้ำเปล่าถือเป็นตัวช่วยง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง การดื่มน้ำวันละประมาณ 8–10 แก้ว จะช่วยคงความชุ่มชื้นให้เยื่อบุตา ลดอาการตาแห้งได้จากภายใน ควบคู่กับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะช่วงที่เราหลับลึกคือเวลาที่ดวงตาได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ ช่วยลดอาการตาบวม ความอ่อนล้า และทำให้ตาดูสดใสขึ้นแบบรู้สึกได้ในเช้าวันถัดไป

ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ อย่ารอให้สาย

อย่ารอจนมองไม่ชัดหรือปวดตาบ่อยแล้วค่อยไปหาหมอ การตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้งจะช่วยให้คุณสาว ๆ รู้ทันสัญญาณเริ่มต้นของต้อกระจก ตาแห้ง หรือความผิดปกติอื่น ๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ปัจจุบันการตรวจตาทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และไม่ยุ่งยาก การเช็กก่อนเกิดปัญหา คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยถนอมดวงตาให้ใสปิ๊ง ใช้งานได้ดีไปอีกยาว ๆ

แหล่งที่มา : www.sanook.com

เครื่องดื่มช่วยให้นอนหลับง่าย ไม่ต้องนับแกะ

0

เครื่องดื่มช่วยให้นอนหลับง่าย ไม่ต้องนับแกะ

นอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ หลับยาก ตื่นบ่อย หรือสมองยังคิดไม่หยุดก่อนนอน เชื่อว่าหลายคนกำลังเจอปัญหานี้อยู่ใช่ไหม รู้หรือไม่ว่าการดื่มอะไรบางอย่างก่อนนอน อาจช่วยให้ร่างกายและสมองผ่อนคลาย พร้อมเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น วันนี้เรารวมเครื่องดื่มที่ช่วยให้นอนหลับสบาย หาดื่มง่าย มาให้ลองเลือกดื่มก่อนนอนกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

นมอุ่น

เครื่องดื่มคลาสสิกที่ได้ผลเสมอ ในนมมีทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเมลาโทนิน ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ ยิ่งดื่มแบบอุ่น ๆ จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อุณหภูมิร่างกายค่อย ๆ ลดลง ทำให้เกิดความง่วงตามธรรมชาติ

โกโก้หรือช็อกโกแลตร้อน

โกโก้รสเข้มแบบไม่หวานจัด ไม่เพียงช่วยให้อารมณ์ดี แต่ยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง ส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลาย หลับง่ายขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนิน ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นก่อนเข้านอน

น้ำผึ้งผสมมะนาว

เครื่องดื่มรสเปรี้ยวหวานที่ช่วยปลอบร่างกายก่อนนอน ความหวานธรรมชาติจากน้ำผึ้งช่วยลดความเหนื่อยล้า ส่วนมะนาวช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดี ลดอาการแน่นท้อง นอนสบายขึ้น และยังช่วยให้ตื่นมาขับถ่ายดีในตอนเช้าอีกด้วย

ชาคาโมมายล์

แม้จะชื่อว่าชาแต่ไม่มีคาเฟอีน ชาคาโมมายล์ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย หลายคนเลือกดื่มก่อนนอนเพื่อลดความเครียด ช่วยให้นอนหลับลึกขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์เสริม เช่น ช่วยบำรุงหัวใจ ลดอาการปวดประจำเดือน และดูแลผิวอีกด้วย

น้ำมะพร้าวสด

น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดความตึงเครียดของร่างกาย รวมถึงวิตามินบีที่ช่วยลดระดับความเครียด ดื่มแล้วสดชื่น ผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับช่วงเย็นถึงก่อนนอน

กล้วยปั่นอัลมอนด์

สายสมูทตี้ต้องลอง กล้วยมีแมกนีเซียมและโพแทสเซียมช่วยคลายกล้ามเนื้อ ส่วนอัลมอนด์มีทริปโตเฟนและเมลาโทนิน ที่ช่วยลดความกังวล เมนูนี้ช่วยให้อิ่มสบาย ไม่หิวกลางดึก และช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

แหล่งที่มา : sistacafe.com